Globetech ผู้นำแผนที่ไทยและระบบโลจิสติกส์ครบวงจร

Globetech ผู้นำด้านการบริการข้อมูลแผนที่อาเซียน ภายใต้แบรนด์ NOSTRA ตอบรับเข้าร่วมแสดงสินค้าในงาน BUS & TRUCK’14 งานแสดงรถเพื่อการพาณิชย์และกิจการพิเศษ ครั้งที่ 11 ระหว่างวันที่ 6 – 8 พ.ย. 57 เอาใจผู้ประกอบการที่ประสบปัญหาการทุจริตของพนักงานขับรถ พร้อมร่วมผลักดันให้เกิดความปลอดภัยบนท้องถนน

นายวิชัย แสงหิรัญวัฒนา ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โกลบเทค จำกัด กล่าวถึงการนำเทคโนโลยีระบบบริหารจัดการรถยนต์ NOSTRA Logistics เข้าร่วมจัดแสดงในงาน BUS & TRUCK’14 ระหว่างวันที่ 6 – 8 พฤศจิกายน 2557 นี้ว่า จากปัญหาพฤติกรรมทุจริตของพนักงานขับรถขนส่งที่วงการรถใหญ่และบริการขนส่งต้องเผชิญอยู่ในปัจจุบัน เช่น การลักลอบถ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงรถบรรทุกไปขายให้แก่คอกน้ำมันเถื่อน

ตามที่มีรายงานข่าวอยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งก่อให้เกิดผลเสียแก่ธุรกิจเป็นอย่างมาก Globetech ในฐานะที่เป็นผู้นำธุรกิจบริการข้อมูลแผนที่ไทยและข้อมูลอ้างอิงพิกัดตำแหน่งครบทุกรูปแบบ และครอบคลุมทุกพื้นที่ในภูมิภาคอาเซียน จึงได้คิดค้นและพัฒนา NOSTRA Logistics ระบบบริหารจัดการและติดตามยานพาหนะแบบเรียลไทม์ เป็นหนึ่งในโซลูชั่นด้านโลจิสติกส์แบบครบวงจรที่พัฒนาเพื่อการขนส่งโดยเฉพาะ โดยเตรียมเข้าร่วมโชว์เทคโนโลยีระบบบริหารงานสุดล้ำนี้ในงาน BUS & TRUCK’14 ด้วย

“ปัจจุบัน เทคโนโลยี GPS มีแนวโน้มการเติบโต สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าตลาดรวมของ GPS Tracking อยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านบาท/ปี บวกกับปัจจุบันภาครัฐได้ขอความร่วมมือให้รถบัสและรถบรรทุกติดระบบ GPS เพื่อความปลอดภัย โดยเฉพาะรถบรรทุกที่ขนส่งวัตถุอันตรายนั้นล่าสุดมีกฎบังคับแล้วว่าให้ติดตั้ง GPS 100% นอกจากนี้ Globetech ยังมีระบบบริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การวางแผนการขนส่ง ทั้งในเรื่องของเส้นทาง การกำหนดจุดขนส่ง การติดตามพาหนะที่จะแสดงตำแหน่งการเคลื่อนที่ของยานพาหนะแบบเรียลไทม์ เป็นต้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการด้านขนส่งสามารถบริหารธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้จะมีรถเพียงแค่ 1-2 คัน พร้อมด้วยเทคโนโลยีระบบจีไอเอส (Geographic Information System: GIS) และระบบการนำทางรถยนต์ (Car Navigation System)” นายวิชัยกล่าว

ด้านนายศุภแมน มรรคา ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทีทีเอฟ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้จัดงาน BUS & TRUCK’14 เปิดเผยว่า ทาง Globetech ได้ตอบรับเข้าร่วมในงาน BUS & TRUCK’14 โดยไฮไลต์คือนวัตกรรมเทคโนโลยี GPS และระบบบริหารจัดการ NOSTRA Logisticsสำหรับงาน BUS & TRUCK’14 นั้น มีโซนแสดงสินค้า/ผลิตภัณฑ์กลุ่มที่เป็นนวัตกรรมและเทคโนโลยีเกี่ยวเนื่องกับรถขนาดใหญ่ที่ใช้ในอุตสาหกรรมและธุรกิจขนส่งโดยสาร อาทิ GPS, Logistics Management System, ระบบเน็ตเวิร์คบนรถโดยสาร เป็นต้น

ที่มา.thailandindustry.com

Comments Off

ปตท.สผ. ลงนามในสัญญาแบ่งปันผลผลิตปิโตรเลียมแปลง MOGE 3 ในเมียนมาร์

ปตท.สผ. กลุ่มผู้ร่วมทุน และ MOGE ลงนามในสัญญาแบ่งปันผลผลิตปิโตรเลียมแปลงบนบก MOGE 3 ที่กรุงเนปิดอร์ เมียนมาร์ในระยะ 3 ปีแรก มีแผนเจาะหลุมสำรวจ 4 หลุม โดยจะใช้เงินลงทุนขั้นต่ำประมาณ 72 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับทั้งประเทศไทยและเมียนมาร์

บริษัท PTTEP South Asia Limited หรือ PTTEP SA ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ปตท.สผ. บริษัท พลังโสภณ ออฟชอร์ จำกัด และบริษัท Win Precious Resources Pte.Ltd. (WPR) ลงนามในสัญญาแบ่งปันผลผลิต (Production Sharing Contract: PSC) สิทธิการสำรวจและพัฒนาปิโตรเลียมในแปลงสำรวจบนบก MOGE 3 กับบริษัท Myanma Oil and Gas Enterprise (MOGE)

ในพิธีลงนาม นายกนก อินทรวิจิตร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่โครงการเมียนมาร์ ของ PTTEP SA นายชาญ โสภณพนิช กรรมการบริษัท พลังโสภณ ออฟชอร์ และ นายทุน ลิน เชน กรรมการผู้จัดการบริษัท WPR ลงนามในสัญญาแบ่งปันผลผลิตกับ นาย เมียว มิน อู กรรมการผู้จัดการบริษัท MOGE โดยมีนาย พิษณุ สุวรรณะชฎ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง และพณฯท่าน เซ ยาร์ อ่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของเมียนมาร์ ให้เกียรติเข้าร่วมงาน ณ กรุงเนปิดอว์ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์

แปลงสำรวจปิโตรเลียม MOGE 3 (พื้นที่ปาเด้าปิน-นัตมี) มีพื้นที่ประมาณ 1,217 ตารางกิโลเมตรตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของเมียนมาร์ ติดกับฝั่งตะวันตกของแม่น้ำอิระวดี เป็นแปลงสำรวจซึ่ง ปตท.สผ. และกลุ่มผู้ร่วมทุนได้ชนะการประมูลสิทธิ “Myanmar Onshore Blocks 2nd Bidding Round 2013” จากการเปิดให้มีการประมูลสิทธิในการสำรวจปิโตรเลียมบนบกเมื่อปี 2556

ผู้ร่วมทุนในแปลงสำรวจ MOGE 3 ประกอบด้วย PTTEP SA เป็นผู้ดำเนินการและถือสิทธิในสัดส่วนร้อยละ 85 บริษัท พลังโสภณ ออฟชอร์ จำกัด ถือสิทธิในสัดส่วนร้อยละ 10 และบริษัท Win Precious Resources Pte. Ltd. ถือสิทธิในสัดส่วนร้อยละ 5 ปตท.สผ. มีแผนงานจะทำการวัดคลื่นไหวสะเทือนแบบ 2 มิติ และ 3 มิติ รวมทั้งเจาะหลุมสำรวจ 4 หลุมในแปลงดังกล่าว โดยจะใช้เงินลงทุนขั้นต่ำประมาณ 72 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในระยะ 3 ปีแรก

การขยายการลงทุนในเมียนมาร์ครั้งนี้ เป็นความคืบหน้าในการดำเนินงานตามแนวทางของปตท.สผ. ที่จะสำรวจในพื้นที่ที่มีศักยภาพที่น่าสนใจ ซึ่งหากประสบความสำเร็จจะสร้างการเติบโตในระยะยาวและเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานให้กับทั้งประเทศไทยและเมียนมาร์ในอนาคตอีกด้วย” นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ของ ปตท.สผ. กล่าว

ที่มา.เนชั่น

Comments Off

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เตรียมจัดงาน TILOG 2014

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศประกาศเดินหน้าจัดงาน TILOG 2014 ตั้งเป้าโชว์ศักยภาพ โลจิสติกส์ไทยครบวงจร พร้อมเปิดเวทีให้คู่ค้าไทย-ต่างชาติร่วมเจรจาการค้า สร้างเครือข่ายโลจิสติกส์ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือการแข่งขันทางการค้าหลังเปิดเออีซีในปี 2558

นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงการจัดงานแสดงสินค้าโลจิสติกส์ 2557 หรือ The 11th Thailand International Logistics Fair 2014 : TILOG 2014 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 24-27 กันยายน 2557 ณ อาคาร 101-102 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนาว่า ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการพัฒนาขีดความสามารถทางการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการค้าระหว่างประเทศและผู้ให้บริการโลจิสติกส์ของไทย

ที่มา.thailandindustry.com

Comments Off

TMI โชว์นวัตกรรมใหม่ หลอดไฟไล่ยุงและแมลง

นายธีรยุทธ์ ประสิทธิ์รัตนพร กรรมการบริหารและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ธีระมงคล อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ TMI ผู้นำในธุรกิจสินค้าอุตสาหกรรม ผลิตจัดจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าส่องสว่าง อาทิ หลอดไฟ LED ภายใต้แบรนด์สินค้า GATA เปิดเผยว่า “บริษัทฯได้เปิดตัว หลอดไฟนวัตกรรมใหม่ สำหรับไล่ยุงและแมลง ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อค้นหาวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงในการไล่ยุงและ แมลง ไม่ให้มารบกวนคุณและคนที่คุณรักอีกต่อไป และยังไม่เป็นอันตราย ไม่มีสารพิษตกค้าง ไม่มีรังสี

ได้รับการรับรองคุณภาพและความปลอดภัยมาตรฐานสากลจาก CE และ มอก.956-2533 มอก.195-2542 เป็นสินค้าที่มีผู้ใช้ทั่วโลก โดยเฉพาะใช้ได้ดีในแถบประเทศเอเชียที่มีอากาศร้อนชื้นและมียุงชุกชุม”

นายธีรยุทธ์ กล่าวต่อว่า “หลักการทำงานของหลอดไฟไล่ยุง ใช้หลักการที่ว่าหลอดไฟไล่ยุงจะเลียนแบบคุณสมบัติบางประการของแสงอาทิตย์ซึ่งมีสเปคตรัมสีพิเศษที่อ่อนไหวต่อประสาทตาของยุงและ แมลง โดยยุงและแมลงจะไม่ชอบเข้าใกล้ เมื่อเปิดหลอดไฟไล่ยุงจะให้แสงสีเหลืองนวล ตามสเปคตรัมพิเศษนั้น และยังใช้สารเคลือบชนิดพิเศษที่ไม่ก่อให้เกิดรังสียูวี ซึ่งยังเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ยุงและแมลงเข้าใกล้หลอด โดยที่ประสิทธิภาพการทำงานจะครอบคลุมพื้นที่ที่แสงของหลอดไฟส่องถึง จะทำงานในการไล่ยุงและ แมลงออกไป และ ปลอดภัยสำหรับคน ซึ่งแตกต่างจากโคมดักยุงที่จะล่อยุงเข้ามา”

การใช้งานหลอดไฟไล่ยุงและแมลง ให้ใช้ติดตั้งแทนหลอดไฟหลอดเดิมในจุดที่ไม่ต้องการให้ยุงและ แมลงมารบกวน คุณสมบัติพิเศษของหลอดไฟไล่ยุงและแมลง คือ ประหยัดไฟ ประหยัดพลังงานสูงถึง 80% ติดตั้งง่ายเหมือนหลอดไฟทั่วไป รัศมีในการไล่ยุงโดยประมาณ 20 ตารางเมตร สามารถใช้งานได้นานสูงสุดถึง 6,000 ชั่วโมง หลอดไฟไล่ยุงและแมลง เป็นผลงานของบริษัทที่ร่วมคิดค้นกับทีมวิจัย R&D ของบริษัทฯ ทั้งนี้ถือว่าเป็นการขยายฐานกลุ่มลูกค้าของบริษัทเพิ่มมากขึ้น

สำหรับหลอดไฟไล่ยุงและแมลง ได้วางจำหน่ายแล้วที่พาวเวอร์บาย พาวเวอร์มอลล์ทุกสาขาที่มา.thailandindustry.com

Comments Off

SGP ลงนามสัญญาขายก๊าซ LPG 180,000 ตัน

นายศุภชัย วีรบวรพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ จำกัด (มหาชน) และนางจินตณา กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการและCFO ถ่ายภาพร่วมกับ MR.NELSON C.PAR Chairman & CEO บริษัท Liquigaz Philippines Corporation และ MR.INIGO O.GOLINGAY JR  Vice President – Sales & Marketing ในโอกาสที่ SGP ลงนามในสัญญาการขายก๊าซ LPG ให้กับบริษัท Liquigaz Philippines Corporation ซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกก๊าซปิโตรเลียมเหลวอันดับ 2 ในประเทศฟิลิปปินส์ ณ ห้อง Jubilee ชั้น 11 โรงแรม เดอะ เบอร์เคลีย์ โฮเต็ล ประตูน้ำ กรุงเทพฯ โดยสัญญาขายก๊าซในครั้งนี้จำนวน 30,000 ตันต่อเดือน เป็นระยะเวลา 6 เดือน หรือคิดเป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น 180,000 ตัน โดยจะรับรู้รายได้ในครึ่งปีหลังนี้ทั้งหมด

ที่มา.thailandindustry.com

Comments Off

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เรเซลควอลิตี้ เทรดดิ้ง เล็งขึ้นแท่นผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์ระบบไฟฟ้าในไทย

เรเซลควอลิตี้ เทรดดิ้ง เล็งขึ้นแท่นผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์ระบบไฟฟ้าในไทย หลังควบรวมกับเรเซลกรุ๊ป ผู้นำระดับโลกด้านพลังงานจากฝรั่งเศส

เรเซลควอลิตี้ เทรดดิ้ง ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์สำหรับระบบไฟฟ้าทั้งภายในและภายนอกอาคารรายใหญ่ในประเทศไทย เดินหน้าความเสริมแข็งแกร่งทางธุรกิจเพื่อสร้างรากฐานรองรับตลาดเมืองไทยที่เติบโตอย่างรวดเร็วด้วยการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น โดยอาศัยจุดแข็งในด้านประสบการณ์ เทคโนโลยี ระบบการบริหารงานและกลยุทธ์ธุรกิจจากพันธมิตรระดับโลก บริษัท เรเซลกรุ๊ป จากประเทศฝรั่งเศสที่ควบรวมกิจการกันไปเมื่อเร็วๆ นี้ ตั้งเป้าอีก 3 ปี ขึ้นแท่นผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์ระบบไฟฟ้าในประเทศไทย ด้วยยอดขาย 5พันล้านบาทต่อปี

ที่มา.thailandindustry.com

Comments Off

สมาคมอุตฯ เครื่องดื่มไทย ขานรับแผนการปฏิรูปภาษีของกรมสรรพสามิต

สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทยสนับสนุนนโยบายปฏิรูปโครงสร้างภาษีของกรมสรรพสามิตที่จะรวบรวมและปรับเปลี่ยนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับภาษีสรรพสามิตที่ใช้มาเป็นเวลานาน ให้เป็นประมวลกฎหมายภาษีสรรพสามิต เพื่อมุ่งสร้างความโปร่งใส ความเป็นธรรม ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บและเป็นสากล เตรียมพร้อมสำหรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน อย่างไรก็ดี การปฏิรูปจะต้องไม่เพิ่มภาระภาษีแก่ผู้ประกอบการ เพื่อช่วยผู้ประกอบการในการตรึงราคาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม และจำกัดผลกระทบต่อค่าครองชีพของผู้บริโภค ตามที่กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ได้ขอความร่วมมือมา

นายพรวุฒิ สารสิน นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย กล่าวว่า “สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทยสนับสนุนแผนการปฏิรูปโครงสร้างภาษีของกรมสรรพสามิต ที่ต้องการให้การจัดเก็บภาษีมีความเป็นธรรม มีประสิทธิภาพ และโปร่งใสยิ่งขึ้น โดยที่ผ่านมา สมาคมฯ ได้ติดตามข่าวสารการปฎิรูปโครงสร้างภาษีในครั้งนี้จากสื่อมวลชนอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งได้จัดการประชุมหารือในหมู่สมาชิกเพื่อรวบรวมความคิดเห็นนำเสนอกรมสรรพสามิตด้วย ซึ่งสมาคมฯ ต้องขอขอบพระคุณผู้บริหารของกรมฯ ที่ยินดีรับฟังข้อคิดเห็นและเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการปฏิรูปโครงสร้างภาษีในครั้งนี้โดยผ่านการจัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างกรมฯ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย”

นายพรวุฒิกล่าวต่อไปว่า “สำหรับในส่วนของภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์นั้น ทราบว่าทางกรมฯ อาจพิจารณาเปลี่ยนมาจัดเก็บจากฐานราคาขายปลีก และอาจมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการยกเว้นภาษีให้กับเครื่องดื่มที่ผลิตจากน้ำพืชผักผลไม้เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ซึ่งในส่วนนี้ แม้ทางกรมสรรพสามิตจะไม่สามารถให้รายละเอียดที่ชัดเจนได้ แต่ผู้ประกอบการก็เคารพและเข้าใจดีว่าเรื่องดังกล่าวเป็นประเด็นอ่อนไหวที่ยังไม่ได้ข้อยุติ และไม่ต้องการเข้าไปก้าวก่าย เพียงแต่ขอให้โครงสร้างใหม่ที่ออกมานั้นส่งเสริมการแข่งขันอย่างเป็นธรรมของผู้ประกอบการทุกราย กล่าวคือเป็นโครงสร้างที่มีความเป็นธรรม และเท่าเทียม รวมทั้งมีความชัดเจน เพื่อให้มีการใช้อำนาจดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ให้น้อยที่สุด ตลอดจนลดขั้นตอนและงานเอกสารที่ไม่จำเป็นลง อันจะเป็นการพัฒนาประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีทั้งกระบวนการ”

ที่มา.thailandindustry.com

Comments Off

พาณิชย์ลดกระหน่ำ “งานค้าส่งรวมใจ โชวห่วยไทยคู่สังคม”

นางสาวผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กิจกรรม “ค้าส่งรวมใจ โชวห่วยไทยคู่สังคม” ได้รับความร่วมมือจากร้านค้าส่งจำนวน 80 ราย และร้านค้าปลีกเครือข่ายกว่า 6,200 ทั่วประเทศ ร่วมมือร่วมใจกันนำสินค้าในร้านมาลด แลก แจก แถม เพื่อเพิ่มทางเลือกในการซื้อสินค้า และช่วยลดค่าครองชีพให้แก่ผู้บริโภค สำหรับสินค้าที่นำมาจำหน่ายส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน ได้แก่ กลุ่มสินค้าอาหาร เช่น ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำมันพืช น้ำพริกเผา ซอสปรุงรส ส่วนสินค้าที่ไม่ใช่อาหาร เช่น โฟมล้างหน้า แป้งหอมเย็น สบู่เหลว ผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาล้างจาน ยากันยุง น้ำหอม เป็นต้น

“สำหรับการจัดงาน 3 ครั้งที่ผ่านมา นอกจากสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศให้เกิดการหมุนเวียนและมีสภาพคล่องขึ้น โดยสร้างมูลค่าการซื้อขายรวมกว่า 1,600 ล้านบาทแล้ว ยังช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับธุรกิจค้าส่งค้าปลีกไทย ให้สามารถเชื่อมโยงเครือข่ายในห่วงโซ่อุปทานทำให้เกิดการเกื้อกูลการค้าซึ่งกันและกันอย่างเป็นระบบ โดยค้าส่งรวมใจกระจายสินค้าราคาพิเศษจาก ผู้ผลิต ผู้แทนจำหน่าย ไปยังร้านค้าปลีกเครือข่าย สู่มือผู้บริโภคในราคายุติธรรม” อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากล่าว

อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะมีการจัดกิจกรรมนี้อย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างรอยยิ้ม และเพิ่มความอยู่ดีมีสุขให้คนไทย และกำหนดจัดงาน “ค้าส่งรวมใจ โชวห่วยไทยคู่สังคม” ครั้งที่ 5 ในช่วงเดือนกันยายน 57 ต่อไป

ที่มา.เนชั่น

Comments Off

สนพ. เผย กระแสตอบรับ โครงการพลังคิดสะกิดโลก เกินคาด

สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เผยผลการสมัครแข่งขันโครงการพลังคิดสะกิดโลก ในพื้นที่ภาคตะวันตกและภาคใต้ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี รวมภาคตะวันตกและภาคใต้จำนวน 1,957 โรงเรียน ได้แก่ ภาคตะวันตก จำนวน 549 โรงเรียน ภาคใต้ จำนวน 1,408 โรงเรียน โดยการแข่งขันลดใช้พลังงานในโรงเรียน ได้สิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ขณะที่สถานศึกษารอลุ้นผลเป็นตัวแทนเข้ารอบการแข่งขันระดับจังหวัด

นายเสมอใจ ศุขสุเมฆ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้โรงเรียนที่สมัครเข้าร่วมการแข่งขันในโครงการพลังคิดสะกิดโลก ภาคตะวันตกและภาคใต้มีจำนวนรวม 1,957 แห่ง แบ่งเป็น ภาคตะวันตกมีโรงเรียนสมัครเข้าร่วมการแข่งขันแล้วจำนวน 549 แห่ง โดยโรงเรียนในจังหวัดกาญจนบุรี สมัครเข้าร่วมการแข่งขันลดใช้พลังงานมากที่สุดจำนวน 149 โรงเรียน ภาคใต้มีโรงเรียนสมัครเข้าร่วมการแข่งขันแล้วจำนวน 1,408 แห่ง โดยโรงเรียนในจังหวัดนครศรีธรรมราช สมัครเข้าร่วมการแข่งขันลดใช้พลังงานมากที่สุดจำนวน 255 โรงเรียน

การแข่งขันลดใช้พลังงานในโครงการพลังคิดสะกิดโลก มีเป้าหมายเพื่อปลูกฝังให้เยาวชนไทยเห็นความสำคัญของการประหยัดพลังงาน ให้ความรู้และความเข้าใจการใช้พลังงานที่ถูกต้อง พร้อมทั้งให้กลุ่มเยาวชนได้เรียนรู้และมีประสบการณ์จริงในการลงมือปฏิบัติ รวมถึงการคิดสร้างสรรค์วิธีการใช้พลังงานอย่างประหยัดด้วยตัวเอง

ขณะนี้ โรงเรียนในภาคตะวันตกและภาคใต้ ที่เข้าร่วมการแข่งขันประหยัดพลังงาน 1,957 โรงเรียน ได้เริ่มดำเนินกิจกรรมลดใช้พลังงานในโรงเรียนกันอย่างคึกคัก อาทิ จัดการเรียนการสอนโดยใช้แสงสว่างและความเย็นจากธรรมชาติ เพื่อลดใช้ไฟแสงสว่างและพัดลมในห้องเรียน การจัดกิจกรรมถามตอบปัญหาการลดใช้พลังงานที่หน้าเสาธงหลังเคารพธงชาติ กิจกรรมบันทึกความดีในการอนุรักษ์พลังงาน กิจกรรมเดินรณรงค์อนุรักษ์พลังงานในชุมชนรอบสถานศึกษา กิจกรรมเสียงตามสายรณรงค์อนุรักษ์พลังงาน กิจกรรมจัดทำป้ายรณรงค์ปิดไฟเมื่อเลิกใช้งานในโรงเรียน เป็นต้น” ผู้อำนวยการ สนพ. กล่าว

ที่มา.เนชั่น

Comments Off

PJW เปิดเกมรุกธุรกิจโรงพ่นสี

บมจ.ปัญจวัฒนาพลาสติก (PJW) เปิดเกมรุกธุรกิจโรงพ่นสี หลังจากทุ่มงบลงทุนกว่า 300 ล้านบาทในช่วงที่ผ่านมา ล่าสุดเปิดตัวโรงพ่นสีที่นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง จ.ชลบุรีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาดปี”58 กวาดยอดขาย 200 ล้านบาท “วิวรรธน์ เหมมณฑารพ”หมายมั่นปั้นมือภายใน 5 ปี สร้างยอดขาย 800-1,000 ล้านบาท หนุนธุรกิจในช่วง 3 ปีจากนี้ไปโตปีละ 10-15% ตามแผน คาดแนวโน้มธุรกิจปีหน้ากลับมาสดใส หลังปัญหาการเมืองคลี่คลาย คสช. เคลียร์หนี้จำนำข้าว-ลุยโครงการเมกะโปรเจกต์ กระตุ้นกำลังซื้อ ลงทุนภาครัฐ-เอกชนขยับ

นายวิวรรธน์ เหมมณฑารพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ปัญจวัฒนาพลาสติก จำกัด (มหาชน) (PJW) เปิดเผยว่า แนวโน้มการดำเนินธุรกิจในช่วง 3 ปีข้างหน้า (2558-2560) บริษัทตั้งเป้าหมายเติบโตปีละ 10 -15% โดยธุรกิจโรงพ่นสีจะเข้ามามีส่วนสำคัญให้รายได้ของบริษัทเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ หลังจากในช่วงที่ 1-2 ปีที่ผ่านมา ได้ทุ่มเงินลงทุนประมาณ 300 ล้านบาท เพื่อสร้างโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง จังหวัดชลบุรี ซึ่งล่าสุดในเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมาได้เปิดไลน์การผลิตเรียบร้อยแล้ว และมีออร์เดอร์ลูกค้าจาก บริษัท ฮอนด้า แอคเซส เอเซีย แอนด์ โอเซียเนีย จำกัด เข้ามาแล้ว คาดว่าในปีนี้จะมีรายได้จากโรงงานพ่นสีประมาณ 40 ล้านบาท ส่วนในปี 2558 รายได้จะโตแบบก้าวกระโดดเป็น 200 ล้านบาท หากมีการใช้กำลังการผลิตเต็มที่ (Full Capacity) จะสร้างรายได้ 800-1,000 ล้านบาท ซึ่งทีมงานบริหารตั้งเป้าไว้ภายใน 5 ปี

อนาคตธุรกิจโรงพ่นสีจะมีส่วนสำคัญในการผลักดันรายได้ให้เป็นไปตามเป้าหมาย และทำให้สัดส่วนรายได้ในส่วนของธุรกิจชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับยานยนต์ขยับเพิ่มขึ้นเป็น 15-25% ของรายได้รวม จากเดิมอยู่ที่ระดับ 13-15% ของรายได้รวม และคาดว่าธุรกิจโรงพ่นสีจะถึงจุดคุ้มทุนที่เพียงพอค่าใช้จ่ายโรงงานพ่นสีที่เพิ่มขึ้นภายในปีหน้า และผ่านจุดคุ้มทุนภายใน 5 ปี ”นายวิวรรธน์ กล่าว

ที่มา.thailandindustry

Comments Off